21วัน อดทนเพราะรัก น้ำชาหมักรักษาแม่จากโรคมะเร็ง

คอมบูชา (kombucha) หรือน้ำชาหมักใช้รักษามะเร็งได้เป็นความรู้ใหม่ที่ฉันเพิ่งได้มา ฉันรู้จักติ๊บเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนนั้นติ๊บมีบ้านอยู่ในตึกเก่าตรงซอยนานา แถวเยาวราช  ติ๊บใช้บ้านเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทดลองหมักชาโดยใช้ชื่อแบรนด์ชาหมักของตัวเองว่า PURE LUCK ซึ่งเธอใช้สะกดภาษาไทยว่า ‘เพียวรัก’ ฉันชอบชื่อนี้มาก!  (ปัจจุบันตึกนั้นคือ Oneday Wallflowers)

DSC00414DSC00431

ช่วงเวลานั้น ชาหมักอาจจะยังเป็นเรื่องที่ใหม่เกินไปสำหรับคนไทย คนส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาในบ้านติ๊บ เลยเน้นเข้ามาเซลฟี่กับกำแพงเก่าสีฟ้ามากกว่า แต่พอยื่นชาหมักให้ชิม จิบแรกก็ทำหน้าเบ้กันแล้ว ประมาณว่า ‘เอาอะไรมาให้กินเนี่ย รสแปลกๆ’ ตรงกันข้ามกับชาวต่างชาติกลุ่ม expat (ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย) ที่ให้ความสนใจกับชาหมักของติ๊บมาก จนทุกวันนี้ ลูกค้าเหล่านั้นก็เปลี่ยนสถานะกลายมาเป็นเพื่อนติ๊บและหลายคนก็สนใจศึกษาในเรื่องชาหมักอยู่ตลอด มีข้อมูลอะไรก็เอามาแลกเปลี่ยนกัน

จากเมืองไทย ติ๊บกับแฟนชาวอเมริกันย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่แคลิฟอร์เนีย ทดลองศึกษาพัฒนาชาหมักอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อ Food and Wine Magazine เรียกแบรนด์ชาหมักทั่วอเมริกามาทดสอบในรสชาติและคุณสมบัติ ปรากฏว่า Pure Luck ติดหนึ่งในห้าอันดับ Top 5 จาก 300 กว่าแบรนด์ในอเมริกา จากชาที่มีชื่อว่า Mr.Oolong ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างชาอู่หลงที่ปลูกในไทยและชาอู่หลงจากจีน และอีกตัวคือ Bangkok Detox ซึ่งมีส่วนผสมของขิงและพริกขี้หนูของไทย

DSC00426DSC00355DSC00419DSC00360

นอกจากอุทิศชีวิตให้กับชาหมัก เรียกว่าหมักชามาเป็นพันๆโหลแก้วแล้ว ติ๊บยังหาความรู้ในศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบการทำงานของร่างกายและสุขภาพเพิ่ม ทั้งอายุรเวท สมุนไพร และธรรมชาติบำบัด ซึ่งการที่ตลาดของชาหมักในอเมริกาเป็นอะไรที่ใหญ่มาก เพราะลูกเด็กเล็กแดงไปจนคนเฒ่าคนแก่ก็หยิบดื่มประหนึ่งน้ำเปล่ากันเป็นว่าเล่น เลยทำให้แบรนด์ชาหมักในอเมริกามีตัวเลือกเยอะ แต่โดยส่วนใหญ่จะผลิตบรรจุในขวดขนาด 16 ออนซ์ ราคาขาย ตกขวดละ 2.5-3.5 USD โดยใช้วิธีเจือจางน้ำผลไม้ผสมเข้าไปเพื่อให้มีรสชาติง่ายต่อการดื่มยิ่งขึ้น ซึ่งความน่าสนใจคือน้ำตาลเองเป็นอาหารของมะเร็ง หากเราดื่มชาหมักที่ผสมด้วยน้ำผลไม้หรือเติมน้ำตาล ก็เท่ากับเรากำลังดื่มชาหมักที่มีน้ำตาล แบบนี้แล้ว ประสิทธิภาพของชาหมักจะทำงานได้อย่างไร?

เมื่อปีที่ผ่านมา ติ๊บกับแฟนกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง เพราะคุณแม่ของติ๊บป่วยเป็นโรคมะเร็งในปอดระยะที่สี่ คุณหมอที่ทำการรักษาบอกว่าคุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่หกถึงแปดเดือนเท่านั้น และแนะนำให้ซื้อยากล่องละแปดหมื่นบาทกลับไปกินที่บ้าน ซื้อหลายกล่องก็ยิ่งคุ้มเพราะมีโปรโมชั่น

.. เดี๋ยวนะหมอ..

DSC00437DSC00406DSC00375

ติ๊บย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยทันที และตั้งใจเอาชาหมักซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีอายุมายาวนานกว่าสองพันปีแล้ว รวมทั้งความรู้จากศาสตร์ที่ตัวเองได้ไปศึกษาเพิ่มเติมมาทั้งหมด มาใช้ดูแลรักษาแม่ กระทั่งจน8เดือนผ่านไป แม่ของติ๊บหายขาดจากโรคมะเร็งโดยไม่ต้องทำคีโม ไม่ต้องกินยา แต่วิธีที่ติ๊บเลือกใช้ดูแลแม่คือการเปลี่ยนในเรื่องของวิถีการกินและการใช้ชีวิต

“จุดศูนย์รวมที่สำคัญที่สุดของร่างกายคือกระเพาะและลำไส้ ถ้าเราเปลี่ยนวิถีการกินได้ ทุกอย่างก็ดีขึ้นหมดละ และก็เอาวิธีการปรับสมดุลร่างกายอื่นๆมาผสม อย่างการฝึกหายใจแบบโยคะ”

หลายคนอาจเคยทดลองดื่มชาหมัก หรือไม่ก็อาจเคยเข้าคอร์สที่เปิดสอนทำชาหมักกันมาบ้าง แต่บางคนกลับไม่พบว่าการดื่มชาหมักจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรที่ดีขึ้นให้กับร่างกายตัวเองเลย ซึ่งก็ต้องถามว่า คุณแน่ใจไหมว่าที่ๆคุณไปเรียนมานั้น เขาสอนกระบวนการในการหมักชาที่ถูกต้องจริงๆให้? หรือแม้กระทั่งชาหมักที่คุณเคยซื้อดื่มทั่วไปนั้น เป็นไปได้ไหมว่าอาจมีส่วนประกอบแปลกปลอมเจือปนอยู่ในนั้น เลยทำให้คุณไม่มีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของร่างกายสักที? (**อ่าน 365 love note ข้อควรรู้เกี่ยวกับชาหมักท้ายเรื่อง**)DSC00402DSC00399pure1DSC00400

“ที่อเมริกามีการวิจัยแล้วว่า 21 วันคือระยะเวลาของการหมักชาที่ทำให้น้ำตาลซึ่งเป็นส่วนผสมในเบื้องต้นหมดไป และสารต้านอนุมูลอิสระจะเพิ่มขึ้นมาได้ถึงสองเท่า”  ติ๊บว่าแบบนั้น และด้วยเหตุผลนี้ ทุกชาหมักขวดจิ๋วของติ๊บจึงผ่านการหมัก 21 วันมาแล้วทั้งหมด ซี่งยิ่งหมักนาน ก็ยิ่งเปลืองค่าใช้จ่าย มันคือเรื่องของต้นทุนก่อนการบรรจุขาย ที่สำคัญ ฉันว่าคนหมักต้องมีความอดทนและใจเย็นมากๆ (ฉันไม่เหมาะแน่)  ฉะนั้นผู้ผลิตใจร้อนจำนวนหนึ่งเลยใช้วิธีลัดด้วยการหมักแค่สามวัน ห้าวัน หรือเจ็ดวันบ้าง ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีอะไรกับผู้บริโภคเลย รวมไปถึงกรณีของการเปิดคอร์สให้ความรู้ในการหมักชาแบบผิดๆ เช่นการใช้ชาสำเร็จรูปแทนชาที่เป็นชาปลอดสารพิษจริงๆ ใช้น้ำประปาหรือน้ำกรองแทนที่จะเป็นน้ำแร่ซึ่งมีค่า PH 7 ซึ่งเต็มไปด้วยสารอาหาร ส่วนติ๊บกับแฟนใช้วิธีเอาน้ำแร่ทุกแบรนด์ที่มีในประเทศไทย มานั่งทดสอบหาค่า Ph ด้วยตัวเอง จนเจอแค่สองยี่ห้อเท่านั้นที่ตรงตามมาตรฐานและเลือกมาใช้ ส่วนวิธีการเลือกตัวชานั้น ติ๊บกับแฟนเดินทางไปเลือกด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะรสชาติของชาหมักแบบ PURE LUCK คือรสชาติที่มาจากชาโดยตรง ไม่มีการเติมรสหรือเจือจางด้วยน้ำผลไม้ใดๆ ฉะนั้นตัวชาที่ใช่จึงเป็นหัวใจที่สำคัญมาก

“การที่ติ๊บกลับมาเมืองไทย มันก็ไม่ใช่เรื่องของการกลับมาเพื่อจะขายของ แต่เราอยากให้ความรู้เรื่องชาหมักที่ถูกต้องกับคนอื่น ก็เลยเปิดคอร์สสอน เพราะเราขายชาของเราขวดละร้อยกว่าบาท บางคนเขาก็อาจจะไม่สะดวกซื้อดื่มบ่อยๆ เราก็เลยอยากให้เขาทำเองเป็นที่บ้านจะได้มีสุขภาพที่ดีและไม่ต้องมาเสียเงินซื้อ ซึ่งหลังจากการมาเวิร์คช็อปสามชั่วโมงแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าเรากับคนที่มาเวิร์คช็อปเลิกคุยกันไปเลยนะ ทุกวันนี้ไลน์ที่เรามีอยู่มันกลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนหมักชา มีอะไรสงสัยก็เขียนส่งหากัน”

DSC00394DSC00407

ในโฮมสตูดิโอย่านพระรามเก้าของติ๊บ ซึ่งเปิดเวิร์คช็อปการทำชาหมักเต็มรูปแบบ ( full fermentation)  เฉพาะทุกวันเสาร์อาทิตย์ โดยปล่อยพื้นที่ว่างข้างๆบ้านไว้ให้เป็น community garden สำหรับเพื่อเก็บพืชสมุนไพรต่างๆมาใช้ในขั้นตอนของการหมักดอง ส่วนในช่วงวันธรรมดา ติ๊บกับแฟนเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ที่หัวหิน เพราะการอยู่กรุงเทพ มันเหนื่อยเกินไป

“ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของ energy โดยเฉพาะเรื่องของการหมักชา ติ๊บสังเกต energy ตัวเองว่าเวลาอยู่กรุงเทพนานๆ มันไม่ค่อยดีเลย หงุดหงิดง่าย ก็เลยใช้วิธีอยู่ที่หัวหินเป็นหลัก พอเสาร์อาทิตย์ก็ค่อยขับรถเข้ามากรุงเทพ”

ยิ่งความเจริญของโลกเดินหน้าเร็วแค่ไหน มนุษย์ก็ยิ่งใจร้อน ทุกวันนี้คนเรามักถามหาผลสำเร็จแต่ไม่ค่อยใส่ใจขั้นตอนของการใช้เวลาในช่วงระหว่างทาง หากคุณจะถามว่า ‘แล้วตกลงต้องดื่มกี่ขวดถึงจะเห็นผลว่าร่างกายของคุณดีขึ้น’

ไม่มีใครตอบได้หรอก เพราะไม่มีใครรู้ว่าที่ผ่านมา คุณกินอะไรเข้าไปบ้าง?

สนใจเวิร์คช็อปคอมบูชา : https://www.facebook.com/pureluckbangkok/  ( 085-3945544) **ด้วยความที่ติ๊บเป็นคนเดียวที่ติดต่อกับผู้มาเรียน ไม่ได้มีผู้ช่วย ถ้าโทรไปแล้วไม่มีคนรับแปลว่าเธออาจจะกำลังเด็ดใบไม้ใบหญ้า หรือหมักอะไรสักอย่างอยู่ อีกวิธีในการติดต่อติ๊บ ฉันแนะนำให้เขียนข้อความทิ้งไว้ใน In box ของเพจ pureluckbangkok ติ๊บจะตอบกลับภายใน2ชม.-ครึ่งวันจ่ะ (เพราะบางครั้งก็เวิร์คช็อปอยู่)**

DSC0040943

365 love Note

  1. การดื่มน้ำชาหมัก (kombucha) คือการเติมยีสต์กับแบคทีเรียเข้าไปในกระเพาะและลำไส้เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกาย เพราะถ้าเราไม่มีการปรับสมดุล การทำงานของระบบร่างกายก็ติดขัด การเติมแบคทีเรียกับจุลินทรีย์ที่ดีเข้าไป จะช่วยดูดสารพิษและช่วยให้ระบบการย่อยดีขึ้น ทำให้เมื่อกินอะไรเข้าไป ระบบร่างกายก็ดูดซึมมาใช้ได้ดี
  2. กรรมวิธีในการหมักชาที่ถูกต้องใช้เวลา 21 วัน
  3. กระบวนการการหมักชาโดยใช้น้ำประปา น้ำกรอง ชาสำเร็จรูป หรือใช้ภาชนะประเภทสเตนเลสและพลาสติกเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะหมักด้วยภาชนะเหล่านี้ มีแต่เคมีทั้งนั้น
  4. หนึ่งข้อสังเกตในการเลือกดื่มชาหมัก เวลาเปิดขวด ความฟู่ของแก๊ซจะต้องมีปริมาณที่น้อย เพราะปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายใช้วิธีอัดแก๊ซเข้าไปในน้ำชาหมัก ทำให้แทนที่ระบบการย่อยจะเป็นไปอย่างธรรมชาติก็กลายเป็นผิดธรรมชาติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s