Theam’s House เสียมเรียบ ศิลปะร่วมสมัยในแกลเลอรีของเด็กชายทิมผู้รอดสงคราม

Theam’s House เป็นแกลเลอรีแสดงงานศิลปะร่วมสมัยในเสียมเรียบและเป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยมีลิมหมุ่ยทิม (Lim Muy Theam) หรือ ‘ ทิม ’ ศิลปินชาวกัมพูชาเป็นเจ้าของ ในสมัยสงครามที่เขมรแดงรุกทัพเข้ามา ทิมซึ่งอายุเก้าขวบในเวลานั้นมีสถานะเป็นผู้อพยพ เขาต้องย้ายเข้าไปอยู่ในฝรั่งเศสและที่นั่นได้ให้ชีวิตใหม่กับเขา ทิมได้รับการศึกษาที่ดีจากครอบครัวชาวตะวันตกจนเติบโตเป็นศิลปินมีชื่อในเวลาต่อมา เรื่องควรจะจบเท่านั้นแล้ว แต่ความแปลกคือทิมเลือกจะย้ายกลับมาเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้งที่บ้านเกิดในเสียมเรียบของเขาโดยมีภาพความทารุณกรรมจากสงครามเมื่อสมัย ค.ศ. 1980 ที่ยังคงติดตา

IMG_2746IMG_2685IMG_2682

“ ถ้าวันนั้นผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องอพยพไปอยู่ฝรั่งเศส วันนี้ผมอาจเป็นแค่ตาทิมที่กำลังเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ไหนสักแห่งในกัมพูชาก็ได้ ”

ชายวัยกลางคนในเสื้อสีม่วงจากจากผ้าทอพื้นเมืองบอกฉันด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าลองหลับตาฟังสำเนียงการพูดของเขาโดยไม่เห็นหน้า ฉันเชื่อว่าเป็นใครก็ต้องนึกว่ากำลังนั่งคุยอยู่กับฝรั่ง ทิมเป็นผู้ชายที่นิยมใช้สีจัดจ้าน ไม่ว่าจะผนังบ้านที่อยู่ชั้นสองของแกลเลอรี่และพื้นที่อาคารทั้งหมดรวมไปถึงประติมากรรมข้าวของงานดีไซน์ตกแต่งบ้านที่ถูกวางจำหน่ายอยู่ในส่วนของร้านขายของที่ระลึก ทิมเป็นคนผสมสีขึ้นมาเองทั้งหมด และนั่นทำให้นักสะสมงานศิลปะเรียกโทนสีในแบบของทิมว่า ‘ Theam’s color ’

ฉันเปิดบทสนทนาพาทิมกลับไปหาเด็กชายวัยเก้าขวบในช่วงสงคราม “ คุณพอจะจำภาพตัวเองในวันที่ยืนอยู่กลางสงครามได้ไหม ”

“ มันลางๆนะ ”  ทิมตอบ เขาหยุดคิดไปสองลมหายใจ

“ วันเขมรแตก ครอบครัวเราหนีไปอยู่เมืองไทยก่อนประมาณหกเดือนและถึงได้ไปฝรั่งเศส ภาพแรกที่เห็นฝรั่งเศสก็ไม่ต่างกับภาพที่เห็นกรุงเทพหรอก เป็นบรรยากาศของถนนและอาคารบ้านเรือนที่มีรถยนต์หลายยี่ห้อกำลังวิ่งอยู่ ซึ่งแน่นอน ทั้งสองประเทศต่างจากที่ๆผมมาโดยสิ้นเชิงเพราะเขมรในยุคนั้นมันล้าหลังมาก ผมจำสายตาเหยียดหยามของคนฝรั่งเศสในเวลานั้นได้ มันเป็นสายตาที่จ้องเราเหมือนเป็นตัวประหลาด เป็นเด็กบ้านนอก เป็นลิงป่าที่หลุดเข้ามาอยู่ในเมืองของเขา”

ทิมหัวเราะให้กับคำว่าลิงป่าของตัวเอง เขาหันไปยกกาแฟขึ้นมาดื่ม

“ มันแย่นะที่เด็กคนหนึ่งต้องเจอสายตาของการเหยียบให้จมแบบนั้นตั้งแต่เก้าขวบ เชื่อไหมว่าขนาดวันที่ผมเรียนจบปริญญาตรีด้านการตกแต่งภายในที่ปารีสแล้ว คนที่นั่นก็ยังมองผมแบบเดิมไม่ต่างอะไรกับตอนเก้าขวบเลย ตอนนั้นแม่จะคอยเตือนผมเสมอว่า ‘ เราเป็นผู้อพยพ ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ ’ แต่ผมไม่คิดแบบนั้นเลย ผมว่าจะผู้อพยพหรือไม่อพยพ มันไม่เห็นเกี่ยวนิ คุณค่าความเป็นมนุษย์มันไม่ได้วัดกันตรงนั้น สุดท้ายผมเลยตัดสินใจกลับมาอยู่ที่เสียมเรียบ เปิดแกลเลอรี่และพยายามทำความรู้จักเรื่องราวของศิลปะในประเทศต่างๆแถบเอเชียให้มากขึ้น ”

ไม่ว่าจิตใต้สำนึกของทิมจะซ่อนไว้ด้วยความเจ็บปวดอีกกี่ชั้นก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับเด็กอีกจำนวนมากในสงครามแล้วก็ถือว่าทิมโชคดีมาก เพราะนอกจากเด็กชายทิมในวันนั้นจะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้แล้ว ที่ฝรั่งเศส เขายังเติบโตในบ้านของครอบครัวซึ่งเป็นทั้งอาจารย์และนักดนตรีที่เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี จนพอเห็นแววในช่วงวัยรุ่นว่าทิมมีพัฒนาการเรื่องการวาดรูป พวกเขาก็คอยพาทิมไปเปิดโลกทัศน์ด้วยการดูงานศิลปะตามแกลเลอรี่ต่างๆและแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนฝูงในแวดวงศิลปะ จนพอทิมอายุสิบห้า ครอบครัวฝรั่งเศสก็แนะนำให้ทิมเลือกเรียนสายศิลปะ

IMG_0047IMG_0040IMG_2690IMG_2668IMG_0044IMG_0025IMG_0018IMG_0030IMG_0019

จะผ่านกี่ยุคกี่สมัย ปัญหาที่ไทยกับกัมพูชายังคงประสบเหมือนๆกันอยู่คือเรื่องคอรัปชั่น สำหรับกัมพูชาแล้ว รัฐบาลยังคงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเท่าที่ควร โอกาสที่ชาวบ้านจะหางานทำดีๆได้ก็มีน้อย สุดท้ายก็ต้องไปนั่งนวดเท้าให้ชาวต่างชาติตามสปาในตลาด ซึ่งการที่ทิมได้ไปเห็นโลกจากวัฒนธรรมตะวันตกมามาก เขาจึงได้เอาเรื่องราวของศิลปะสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกับศิลปะจากแนวคิดของวัฒนธรรมพื้นถิ่น ผลิตเป็นสินค้าตกแต่งบ้าน เกิดการกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน ปลูกฝังค่านิยมของการรักพื้นถิ่นให้กับเด็กรุ่นใหม่ โดยเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน คนงานหลายสิบคนจะเข้าประจำตำแหน่งของตัวเองที่โต๊ะเวิร์คช็อปซึ่งอยู่ใต้ถุนของบ้าน

งานปั้นช้างคือสัญลักษณ์ของทิมเฮาส์ ช้างปั้นตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ไม่ได้มีความซับซ้อนในแนวคิดอะไรเลย ทั้งยังเป็นสินค้ายอดนิยมที่เมื่อใครมาถึงทิมเฮาส์แล้วก็ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปคนละชิ้นสองชิ้น มันน่าคิดนะว่าในฐานะของศิลปิน ทิมมีวิธีจัดการกับอัตตา (อีโก้) ของตัวเองอย่างไรในการทำงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่ทำเสร็จออกมาเพียงเพื่อตัวเองพอใจแล้วจบ แต่มันต้องขายได้ด้วย

“ มันง่ายมาก คุณอยากมีเงินมาขึงผ้าแคนวาสดีๆไว้วาดรูปไหมล่ะ ? ถ้าอยาก คุณก็ต้องหาเงินจากสินค้าที่ตลาดต้องการด้วย เชื่อไหมว่าช้างพวกนี้ขายดีขนาดที่ว่าช่วงไหนผมไม่ได้แสดงงาน ผมก็อยู่ได้ และมีเงินมากพอที่จะซื้อสีซื้ออุปกรณ์ดีๆวาดรูป แล้วแคนวาสที่ผมใช้นี่มันก็ไม่ใช่ถูกๆนะ ต้องสั่งผลิตจากฝรั่งเศสนู่น ชีวิตคนทำงานศิลปะมันต้องบาลานส์โลกสองใบให้ได้และเพราะผมจัดการได้ ทุกวันนี้ก็เลยวาดรูปได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวว่าพรุ่งนี้จะมีเงินจ่ายคนงานไหม ”

IMG_0041IMG_0039IMG_0034IMG_2735

Theam’s House Siem Reap Atelier & Art Studio  : No.25, Veal Village, Kokchak Commune, Siem Reap Angkor, Cambodia / www.theamshouse.com

#thaismile #iflythai

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s