สะกดรอยตามอัตตา ใต้หน้ากากของเชฟแวน

ทันความคิดตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ถ้าฝึกบ่อยๆเราจะรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองและคุ้นเคยกับการสะกดรอยตามความคิดที่พอเข้าใกล้กิเลสเมื่อใด สติจะยังมีอยู่ ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจหลุดเข้าไปในวงจรชื่อเสียงเงินทองหรือสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ซ้ำๆเหมือนอย่างที่เคยเป็นvan4ฉันรู้จักแวนเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นแวนเพิ่งเปิดร้านแรก escapade burgers & shakes กับเบอร์เกอร์ดำในตำนาน ตำนานที่ว่าคือตำนานโดนด่าทั่วกระทู้พันทิป ซึ่งเรื่องทั้งหมดสรุปใจความได้ง่ายๆว่ามีต้นเหตุมาจากความมีอัตตาเยอะในตัวแวนนั่นละ เช้าวันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ อยู่ดีๆฉันก็นึกถึงแวนขึ้นมา ตกบ่ายนั่งเช็คไอจีนู่นนี่นั่น รูปแวนก็โผล่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น หน้าแวนดูใสมาก ดูชีวิตดีขึ้น ยิ่งพอฉันย้อนอ่านสองสามโพสต์ของแวนก็งงหนักเข้าไปอีก เกิดอะไรขึ้น แวนเปลี่ยนไป เฮ้ย แวนสายดาร์กเปลี่ยนเป็นแวนสายกรีน!

ค่ำวันต่อมาฉันไปหาแวนที่ร้านราบ ร้านขายลาบจริงจังของแวนบนถนนพระอาทิตย์ที่เปิดมาได้สักปีกว่าแล้วซึ่งอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามกับ escapade บรรยากาศของร้านราบไม่ได้ต่างอะไรจาก escapade มากนัก แต่ความต่างสุดๆคือตัวเจ้าของร้าน วันนี้แวนดูมีความสุขกว่าแวนที่ฉันเคยรู้จักมาก แค่แววตาที่เขาทักทายฉันด้วยประโยคแรกมันทำให้ฉันถึงกับต้องทักกลับ ‘ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แวนดูอ่อนโยนขึ้นนะ สายตาไม่กร้าวเหมือนเมื่อก่อน ’van11van9van10“ เหนื่อยไงพี่ ” แวนยิ้ม แววตาเขาเป็นมิตรกว่าเมื่อก่อนคนละเรื่อง “ ผมเหนื่อยจริงๆนะ เหนื่อยเพราะอีโก้ตัวเองนี่ละ สมัยก่อนไม่รู้จะมีไปทำไม ตอนนั้นมันอาจจะเหมือนคนที่ไม่เคยเป็นซัมวันมั้ง พอมันเป็นขึ้นมาก็เลยรู้สึกภูมิใจและมีหน้ากากของเชฟแวนใส่ติดไว้ตลอด พอจะทำอะไรทีเราก็จะรู้สึกว่าเอ๊ะ มันจะเสียลุ้กหรือเปล่าวะ คิดดูแล้วกัน ตอนนั้นผมมีความคิดไปได้ไกลขนาดนั้นเลย จริงๆทฤษฎีผมสมัยก่อนคือผมเองก็มีความตั้งใจดีมาตลอดละแต่ประเด็นคือคนมันไม่ค่อยจะฟังคนที่เป็นโนวันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราเป็นซัมวันนี่สิ พอเราเปล่งเสียงออกไป อย่างน้อยคนก็จะหันมามอง ส่วนจะฟังหรือไม่ฟังมันก็เรื่องของเขา นี่คือวิธีคิดที่ซิมเพิ่ลมาก เทียบง่ายๆสังเกตสิว่าคนเลวมักจะดังเร็วกว่าคนดี คือต้องบอกว่าตอนนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเลวนะแต่มันคือความเข้าใจผิดของตัวผมเองมากกว่า เนื่องจากความชัดเจนเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับความก้าวร้าวมาก ซึ่งพอช่วงหลังๆเราก็เอามานั่งมองนั่งคิดว่าเฮ้ย แล้วเราจะทำอย่างนั้นไปทำไมวะ ซึ่งครั้งหนึ่งคนรักเก่าเคยบอกผมว่ามันมีวิธีของความชัดเจนในตัวเองแบบน่ารักได้เสมอ แต่ตอนนั้นผมไม่อิน”

เกือบสี่ทุ่มแล้วในร้านราบที่คืนนี้คนน้อยมาก ทั้งร้านมีลูกค้าอยู่คนเดียวคือฉัน แก้วอุเมะชูถูกยกมาวางตรงหน้า มันเป็นเครื่องดื่มที่ฉันไม่ได้สั่งหรอก แต่เวลาเดินเข้าบาร์ที่ไหนแล้วบาร์เทนเดอร์ถามว่าอยากดื่มอะไร ฉันมักตอบว่า ‘ อยากทำอะไรก็ทำมาเถอะ ’ หรือไม่ก็  ‘ อ่านคาแรคเตอร์เอานะ ’ คืนนี้ฉันเลยได้อุเมะชูมา กานต์บอกว่าอุเมะชูของเขาดองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วผสมด้วยน้ำตาลสดเลยให้รสหวานอร่อย ไม่หวานแหลม ส่วนรสชาติชีวิตของแวนต้องบอกว่ามีทุกรสชาติจากความแปลกปลอมผสมอยู่ด้วยกันหมด ยังโชคดีที่เขาได้พลังธรรมชาติมาช่วยไว้บ้าง มันช่วยชะลอความเสื่อมในความเป็นมนุษย์ของเขาสู่การยอมรับตัวเองและจัดระบบความคิดใหม่ ในช่วงที่เศรษฐกิจเคยแย่ๆแวนมีอะไรขายหมด ทั้งมอเตอร์ไซด์ กล้องถ่ายรูป ของสะสมวินเทจมโหฬาร จนในช่วงระหว่างที่ขายของไปเรื่อยๆแวนก็เริ่มเอาตัวเองถอยออกมาและมองว่าตกลงปัญหาที่ทำให้เราทุกข์ได้ขนาดนี้มันคืออะไร ?

มันเรื่องของเงินทั้งนั้นvan15van18van3“ จำได้ว่าตอนนั้นผมเหลือเงินอยู่หมื่นสองช่วงต้นเดือน พอเช้าตื่นมาเจอค่ายาหมาไปอีกห้าพัน คิดดูว่าจากร้านที่เคยขายพีคๆได้สองแสนกว่าต่อเดือนมาเหลือแค่เนี้ย จนพอไปฟิตเนส เห็นป้าแม่บ้านกวาดพื้นอยู่ก็นึกเออวะ เขาคงได้น้อยกว่าที่เรามีอยู่ตอนนี้แน่ๆเขาคงมีลูกมีผัวด้วย หันไปเห็นยามยืนอยู่ นั่นก็คงเหมือนกัน เอ๊ะแล้วเขาอยู่กันยังไงวะ ”

แวนหมดพลังไปช่วงหนึ่งจากความทุกข์ในอาชีพที่เขารัก เขาเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยในการแบก ไอ้นั่นก็จำเป็น ไอ้นี่ก็ต้องมี ยิ่งพอหันมองช่วงชีวิตที่ผ่านมาจากการเปิดร้านอาหาร พออยากเก่งก็ต้องกระสันไปหาความรู้มาทำมาหากินเพื่อได้ตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงิน พอมีเงินก็อยากได้วัตถุนู่นนี่นั่น พออยากได้ก็ซื้อ พอซื้อเงินก็หมด วันๆชีวิตไม่ไปไหนหรอกวนอยู่แต่กับเรื่องเงินนี่ละ กระทั่งวันดีคืนดี แวนก็นึกอยากไปไหนสักที่ๆไม่ต้องมีใครเลย เขานึกถึงไร่ของพ่อแม่ที่โคราชซึ่งไม่ได้ไปมาแปดปีแล้วขึ้นมา แต่ก่อนแวนเกลียดที่นั่นมากเพราะเวลาไปไม่รู้จะทำอะไร มันเงียบ จนวันหนึ่งแวนขับรถไปถึงที่ไร่ พอเปิดประตูรถเท่านั้นละ หมาของแวนกระโจนลงจากรถวิ่งหายเข้าไปในไร่ทันที ฉันเดาเอาว่า หมาอาจจะได้กลิ่นความเป็นมิตรและอิสระ

“ ตอนนั้นผมนึกในใจ แม่งใช่วะ ! นี่ละที่ๆมึงควรจะอยู่ คือผมเป็นคนรักหมามาก ยิ่งเห็นหมากระโจนแบบนั้นก็ยิ่งอิน ตัวผมเองก็เป็นประเภทชอบไปไหนมาไหนคนเดียวมันเลยมีโอกาสได้ยินเสียงตัวเองบ่อย ได้สังเกตตัวเอง ได้สะกดรอยตามความโลภตามกิเลสของตัวเอง ผมเดินเข้าไปนั่งในบ้านที่ไร่และก็นึกขึ้นมาว่าไอ้วันที่เรานึกอยากได้ความสนุกสนาน เรามาที่นี่ เราโคตรเบื่อเลย จนพอวันนี้ที่ความต้องการของเรามันเปลี่ยน ที่นี่กลับกลายเป็นที่ๆดีที่สุด”

ฉันเรียกอาการนี้ว่า ‘ เบื่อกรุง ’ เพราะฉันเป็นบ่อยมาก แวนกำลังเกิดอาการเบื่อกรุงอย่างฉับพลัน จากที่เคยนึกอยากมีบ้านของตัวเองที่โชคชัยสี่ แวนก็ตั้งเป้าหมายใหม่ทันทีว่าวันหนึ่งจะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่ แวนเริ่มหาทางออกให้กับตัวเองเพื่อจะหลุดจากความทุกข์ เขาตั้งคำถามง่ายๆว่า ‘ เราจะมีชีวิตแบบไหนได้บ้างที่ไม่ต้องใช้เงิน ’? ซึ่งสิ่งที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตรอดอยู่ได้รองจากอากาศก็คืออาหาร นั่นหมายถึงถ้าอยากมีของกินแบบไม่ใช้เงินก็ต้องสร้างเองปลูกเอง ส่วนโปรตีน ถ้าจะให้เบียดเบียนสัตว์อื่นน้อยที่สุดก็ต้องใช้วิธีเลี้ยงไก่ไข่ ต่อมความคิดแวนเพื่อการพ้นทุกข์ทำงานหนักมากขึ้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นแรงบีบคั้นและเพิ่มทุกข์

“ ช่วงนั้นพอกลับมากรุงเทพ แค่เดินออกจากบ้านเจอรถติด โอ๊ย กูจะบ้า เมื่อไหร่จะได้ไปอยู่ในที่ๆกูอยากอยู่สักทีวะ ”van2van12สองเหตุผลที่คนเรามักใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ออกไปทดลองหาสิ่งใหม่ๆให้กับตัวเองคือคำว่า‘ ไม่มีเวลา ’ และ ‘ เสียดายเงิน ’ พอมีเงินอยู่ในมือสักก้อน คนจำนวนมากก็จะเลือกใช้จ่ายไปกับข้าวของที่ตัวเองอยากได้แทนที่จะเก็บเล็กผสมน้อยแล้วพาตัวเองออกไปในที่ใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคย

“ เชื่อไหมว่าตั้งแต่เปิดร้านมาในช่วงนั้น สิ่งที่ผมไม่เคยได้ทำเลยคือการออกไปเที่ยว พอมีตังปุ๊บ หันไปเช็คราคาตั๋ว โห สองหมื่นแหนะ เอาไปซื้อเลนส์ดีกว่า พอวันไหนได้มาสามหมื่น เออ เอาไปซื้อมอเตอร์ไซด์ดีกว่า จนมานั่งคุยกับตัวเองก็พบว่าเอ๊ะ ไอ้วัตถุที่เราซื้อมาทั้งหลายนี่มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเลยนิหว่า เอาเข้าจริง มันแค่รู้สึกดีตอนได้มี ที่เหลือแม่งภาระทั้งนั้น พี่จำไลก้าที่ตอนนั้นผมเคยเอามาถ่ายพี่ได้ไหม ผมขายไปแล้วนะ (ครั้งแรกที่เราเจอกัน แวนใช้ไลก้าถ่ายรูปฉัน) เพราะแต่ก่อน พอวันไหนนึกจะเอามันออกไปใช้ก็เฮ้ยฝนตก เอาไลก้าไปไม่ได้เว้ย เสียดายเดี๋ยวพัง พออีกวันก็เอ้า ออกไปถ่ายไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีเวลา ผลัดวันไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าทำไงดีวะแม่งฝุ่นจับกล้องหมดแล้ว ไม่ได้ๆ ยังไงต้องหาเวลาเอามันออกไปถ่ายหน่อย คิดดูสิว่าไปๆมาๆมูลค่ากล้องกลายเป็นตัวบังคับให้ผมออกไปถ่าย ไม่ใช่ว่าเพราะผมอยากจะออกไปถ่าย ผมเลยขายทิ้งแม่งเลย”

น้องชายที่รักคนหนึ่งของฉันในเชียงใหม่ซึ่งเคยลุกขึ้นมาโบกรถทั่วประเทศไทยเพื่อชวนคนปลูกต้นไม้เคยเล่าให้ฉันฟังถึงความเชื่อของชาวปกาเกอะญอ ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาลุกขึ้นมาสร้างกลุ่มมือเย็นเมืองเย็นว่าเวลาที่มีเด็กเกิดใหม่ ผู้เป็นพ่อจะเอาสายสะดือของทารกไปผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ หากต้นไม้ใดมีสายสะดือผูกอยู่ก็ให้ถือว่ามีขวัญของเด็กอยู่ที่ต้นไม้นั้นด้วย ห้ามใครตัดต้นไม้ รวมถึงถ้าต้นไม้มีเหตุโคนล้มก็จะถือว่าชีวิตของเด็กได้มีอันเป็นไป นั่นแปลได้ว่าทุกการกำเนิดของหนึ่งชีวิตปกาเกอะญอมีค่ายิ่งใหญ่เท่ากับการรักษาต้นไม้หนึ่งต้น นี่ละคือหนึ่งตัวอย่างที่สำหรับฉันแล้วมันบอกถึงความเท่าเทียมของชีวิต

“ ช่วงที่ผ่านมา ผมได้ขึ้นไปที่หินลาดในซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ผมไปอยู่กับปกาเกอะญอกับพวกแก็งเชฟเพื่อนผมนี่ละ ตอนผมไปเห็นเขาก่อไฟบนบ้านไม้ไผ่ ผมก็เฮ้ย ก่อไฟบนบ้านที่เป็นไม้ทำไมไม่ไหม้วะ ผมเห็นเขาต้มเหล้าผ่าฟืนทำนั่นทำนี่ ผมก็หันกลับมาถามตัวเองว่าแล้วนี่กูเรียนอะไรมาทั้งชีวิตวะ ยิ่งผมได้ฟังวิถีชีวิวิตของพวกเขา ยิ่งรู้สึกว่านี่ละมนุษย์จริงๆที่ควรเป็น แต่ทุกวันนี้มนุษย์ในโลกปัจจุบันถูกสอนให้ฝืนมาตลอด เชื่อไหมว่าที่หินลาดในปัจจุบันเหลือคนสูบบุหรี่แค่สี่คนจากที่เคยเป็นแหล่งปลูกยาสูบ เขาใช้เขามีเท่าที่เขาพอ และวัยรุ่นปกาเกอะญอที่ออกไปเรียนตามในเมือง 90เปอร์เซ็นต์พอเรียนจบก็กลับมาสานต่องานที่หมู่บ้านหมด เรื่องพวกนี้มันทำให้ผมค่อยๆมีสติขึ้น”

สำหรับฉัน ความสงสัยที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆคือคนเราจะสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ในช่วงเวลาแค่ปีหรือสองปีจริงๆเหรอ ทั้งๆที่จิตใต้สำนึกอันเป็นพื้นฐานของปมความคิดเราทั้งหมดมันอยู่กับเรามาทั้งชีวิต ซึ่งสำหรับแวนแล้วฉันมองว่าหนึ่งในข้อโชคดีมากๆของเขาคือการมีเพื่อนดี สมัยก่อนให้นึกถึงหน้าแวนกับสโลว์ฟู้ด ฉันนึกไม่ออกเลยจริงๆ แต่ดูวันนี้สิ โหลดองอะไรต่อมิอะไรไม่รู้วางเต็มร้านเลย

“แต่ก่อนผมไม่อินหรอกกับไอ้พวกออร์แกนิคหรืออินทรีย์เนี่ย เคยไปซุปเปอร์ เจอป้ายแปะบนข้างถุงผักผลไม้ว่าปลอดสาร เราเห็นราคาก็ว่ามันแพงและพอกินเข้าไปจริงๆแล้ว รสชาติมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับของตามตลาดเลยนิหว่า จนพออยู่กับพวกเชฟสโลว์ฟู้ดเน็ทเวิร์คมากๆเข้า ผมก็เลยได้เจออินทรีย์ของจริงว่าเฮ้ย แม่งคนละเรื่องเลย และไอ้อินทรีย์ที่พูดๆกันมันไม่ใช่เรื่องของโพรดักส์หรอกแต่มันเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ของคนปลูกคนทำที่เป็นอินทรีย์”van8van14van7Escapde คือที่ๆฉันได้รู้จักและคุยกับแวนเป็นครั้งแรก ฉันจำบาร์ในห้องเล็กๆแคบๆนั่นได้ มันมีเหล้าวางอยู่เต็มชั้น วันนั้นฉันยังนึกอยู่เลยว่าคนเปิดบาร์นี่ไม่ต้องเมากันทุกวันเลยเหรอเพราะอย่างน้อยก็ต้องเป็นคนทดลองและผสมรสชาติ ซึ่งแวนเองก็ถึงขนาดเคยติดเหล้าเป็นอาชีพและก็ผ่านช่วงเวลาของการเลิกเหล้ามาได้จนพบว่า ‘ เฮ้ย ร่างกายกับจิตใจมันดีขึ้นนิหว่า แล้วกูจะกลับไปหามันอีกทำไมวะ ’ หลังจากนั้นแวนก็ตั้งใจออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและศึกษาเรื่องอาหาร จากน้ำหนักที่เคยอยู่ที่ 108 กิโลกรัม แวนเอาลงไปได้ที่ 81.7 กิโลกรัม แต่สำหรับคนทำร้านอาหารทำบาร์ การเลิกแอลกอฮอลล์ขาดแบบร้อยเปอร์เซนต์เป็นไปได้ยากมาก ปัจจุบันแวนเลยพาน้ำหนักกลับขึ้นมาอยู่ที่ 104 กิโลกรัม แวนไม่ได้ดื่มเหล้าเป็นอาชีพเหมือนเคยแต่ดื่มบ้างพอสนุกสนาน เวลาว่างแวนมักจะขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปถ่ายรูป ไปต่างจังหวัด ซึ่งถามเขาวันนี้ ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าภายในระยะเวลาแค่ปีถึงสองปีตัวเอง ความคิดในการใช้ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนได้ขนาดนี้

“ ทุกวันนี้ คนก็ทักผมเหมือนพี่ทักนี่ละ เขาบอกเดี๋ยวนี้แวนซอฟท์ลงนะพูดน้อยลง ผมเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าเออวะ เป็นงี้ ชีวิตมันสบายกว่าเยอะเลยนิหว่า รู้งี้ก็น่าจะเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว และเชื่อไหมผมกลายเป็นคนที่ชอบไปที่ไหนก็ได้ที่เราจะรู้สึกว่าเราโง่เพราะมันจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเสมอ ส่วนที่เคยสงสัยว่าไอ้การที่คนเขาพูดกันว่าให้เก็บสตางค์ออกไปหาประสบการณ์ท่องโลกมันจะมีค่ากว่าเลนส์ไลก้าได้จริงๆเหรอวะ วันนี้เมื่อผมได้ออกไปเห็นเองกับตาปุ๊บ ผมเข้าใจเลย และสิ่งที่เกิดขึ้นคือผมได้เอาเรื่องที่ไปเจอจากโลกข้างนอกมาใช้ทำมาหากิน เอาวิถีของความเป็นมนุษย์จริงๆของปกาเกอะญอมาใช้ ผมเริ่มคิดถึงตอนเด็กๆสมัยที่พ่อไปส่งที่โรงเรียน พ่อจะบอกเสมอว่า ‘ มีสตินะลูก ’ ไอ้ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจหรอกว่าอะไรวะสติ จนวันนี้เลยอ้อ มีสติมันดีแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องอะไรมากหรอก ร้านผมเดี๋ยวนี้รายรับน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก สมัยก่อนร้านเดียวขายได้เกินสองแสนห้าต่อเดือน แต่ปัจจุบันบางช่วงสองร้านรวมกัน (escapade+ราบ)ได้แค่หมื่นเก้า คิดดูสิว่าถ้าวันนี้ผมยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด ผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงกับไอ้แก็ปที่มีช่องห่างขนาดนั้น โดยเฉพาะทุกวันนี้คนเราถูกหมุนด้วยพลังของเงิน ถ้าผมไม่หาวิธีเปลี่ยนความคิด ผมว่าผมคงต้องเป็นบ้าฆ่าตัวตายแน่ ”

ฉันคิดตามแวนไปเรื่อยๆและก็เริ่มหันกลับมามองที่เรื่องบางเรื่องของตัวเอง ‘ นั่นสินะ ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิด แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เบาขึ้นได้ ’ ฉันถามแวนในความเป็นเชฟว่าสำหรับเขาอะไรสำคัญที่สุดในการทำอาหาร ระหว่างวัตถุดิบความอร่อยวิธีการนำเสนอหรือเทคนิค แวนไม่เลือกอะไรสักข้อเพราะทุกอย่างที่ว่ามาเป็นสิ่งสำคัญหมด

“ ผมว่าสำคัญสุดตอนนี้คือต้องไม่มีอัตตานะ พอไม่มีอัตตา เราทำอะไรก็ได้เลย เราไม่ต้องมายึดว่าไอ้นั่นต้องเสิร์ฟคู่ไอ้นี่ หรือปลาร้า ทำไมจะใส่กับอาหารเหนือไม่ได้ ”

ณ วันนี้ ฉันเชื่อว่าผู้คนสายอาหารคงรู้จักชื่อของเชฟแวนดี ส่วนแก็งพันทิปไม่ต้องพูดถึงเพราะรู้จักกันนานมากแล้ว การเป็นที่รู้จักการถูกสัมภาษณ์ผ่านสื่อหรือการถูกเชิญไปร่วมงานเวิร์คช็อปทำอาหารต่างๆ ฉันมองว่าอีเวนต์เหล่านี้ถือเป็นโอกาสสุ่มเสี่ยงมากที่จะดึงแวนกลับเข้าไปสู่วงจรของอัตตาและการหลงในชื่อเสียงของตัวเอง แต่อย่างที่บอกตั้งแต่บรรทัดแรกว่าทันความคิดตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าฝึกฝนมันมากพอที่จะรู้จักสะกดรอยตามความคิดตัวเองได้ทัน ไม่ว่าจะชื่อเสียงหรือคนเฮโลกคลิ้ก like เข้ามาเป็นหมื่นเป็นล้าน เราก็จะมีวิธีสกัดอัตตาในแบบของเราและไม่มีวันตกเข้าไปอยู่ในวัฏจักรแห่งทุกข์จากชื่อเสียงและเงินทองได้อีก

ฉันอยากกินข้าวหน้าเนื้อ

van16ราบอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เซิร์จเพจบนเฟซบุ๊คเอานะ ยังไงก็เจอ

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s