มาลาดารา หญิงสาวกลางทุ่งนากับกฎแห่งแรงดึงดูด

แปลกไหม ที่ลมหายใจอยู่แค่ปลายจมูก แต่บ่อยครั้งคนเรากลับลืมหายใจ  24ชั่วโมงไม่พอ อยากได้ 48  สองมือไม่พอ อยากได้สักสิบ ร่างเดียวไม่พอ อยากมีอภินิหารแยกร่างได้

มันอะไรกันนักกันหนาชีวิต

ซัมบาลา ( shambala)  ฉันนึกถึงความลี้ลับในดินแดนแห่งอุดมคติขึ้นมา ฉันจำภาพดินแดนน่าเหลือเชื่อบนทิเบตเมื่อเกือบแปดปีก่อนได้แม่น ซึ่งแม้วันนี้ ฉันจะยังปลีกตัวออกเดินทางไปทิเบตเป็นครั้งที่สองไม่ได้  แต่ไม่ว่าจะยืนอยู่ที่ไหนของโลก เราก็สามารถออกเดินทางภายในได้เสมอไม่ใช่หรือ  แต่หากในภาวะที่จิตไม่นิ่ง ก็คงต้องอาศัยบรรยากาศเป็นตัวช่วย เพราะการสนทนากับตัวเองอย่างเงียบเชียบในที่ๆมันใช่  มักให้โอกาสเราได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกที่ฟังชัด

00img_001551img_0032img_0059

ฉันรู้จักพลอยจากความบังเอิญที่เปิดเข้าไปเจอภาพถ่ายของเธอในไอจี  ทันทีที่เห็นความเป็นไปของผู้หญิงคนนี้ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม คำเดียวที่ฉันนึกออกในตอนนั้นคือ ‘มันอะไรกันวะเนี่ย’ ฉันเห็นพลอยใส่เสื้อกล้าม สวมบู้ท ขี่ควายลงโคลน เห็นเธอเก็บเห็ดจากกระท่อมเรือนเพาะ เห็นเธอใส่ชุดเดรสยาวสีแดงแปร๊ดนั่งอยู่ในหมู่มวลของชาวต่างชาติที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหาร โดยมีฉากหลังเป็นแลนด์สเคปกว้างไกลของทุ่งนาสีเขียวและภูเขาสองสามลูก เรียงสลับซ้อนทับกันอยู่ ฉันเห็นภาพเธอกำลังโยคะในท่าแอดวานซ์ ชวนน่าติดตามในความแข็งแรง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน บอกไม่ถูก

‘โห เพิ่งเล่นสี่ปี ได้ขนาดนี้เลยเหรอ’  ฉันรำพึงกับตัวเอง หลังซุ่มอ่านคอมเมนต์ที่เธอโต้ตอบกับเพื่อนคนหนึ่งอยู่อย่างเงียบๆ ทั้งความน่าสนใจของผู้หญิงคนนี้คือ เธอมีเครื่องสีข้าวกล้องเป็นของตัวเองด้วย  เออ  เอาเข้าไป

และทั้งหมดในความประหลาดนี่เอง เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล ที่ทำให้ฉันใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง ตัดสินใจเรียกแท็กซี่ไปหัวลำโพง กระโดดขึ้นรถไฟมาเชียงใหม่ในช่วงตุลาคมอันแสนยาวนาน และวานให้เพื่อนในตัวเมืองช่วยขับรถพาไปส่งถึงมาลาดารา ดอยละเก็ด  อีโครีสอร์ทบ้านดินกลางทุ่งนา ที่รวมเอาไว้ด้วยความบ้าอันชุ่มฉ่ำหัวใจ สถาปัตยกรรมแปลกตา หน้าต่างประตูคล้ายในอารมณ์หนัง hobbit  หมาสองตัว แมวสองตัว ควายสองตัว ‘ใจดีกับกะทิ’ และความศรัทธายึดมั่นในเรื่องของกฏแห่งแรงดึงดูด (law of attraction) ที่หากคนเราปรารถนาหรือคิดภาพสิ่งใดซ้ำๆแล้ว สิ่งๆนั้น ก็จะกลับมาหาหรือเกิดขึ้นกับเราได้จริง

433img_0077img_0019img_0041img_00065049

img_0105

พลอยมีแพชชั่นอย่างสูงสุดในเรื่องของการปลูกข้าว และการ ‘กินดี’ เธอผ่านมาทุกอาชีพแล้ว ตั้งแต่เด็กเสิร์ฟ ช่างเสริมสวย แม่ค้าขายไก่สดในตลาด ที่ต้องยกไก่ขึ้นแผงวันละหลายกิโล จนมาอาชีพสุดท้ายคือเซลล์ขายไฟแอลอีดี ที่ให้โอกาสเธอได้ตามนายฝรั่งไปดูงานในต่างประเทศบ่อยครั้ง จนหูตากว้างไกล และเริ่มมีคอนเน็กชั่น  ขณะเดียวกัน เธอก็พบว่า ช่วงเวลาของการใช้ชีวิตในเมืองสำหรับเธอนั้น มันช่างอัตคัตเสียเหลือเกินในเรื่องของการกิน เพราะกะแค่จะเดินลงไปสั่งอาหารป้าที่หน้าคอนโดว่า ไม่ใส่ผงชูรสนะ ไม่ใส่รสดีนะ ไม่เอาเนื้อสัตว์ ไม่ใส่นู่นนี่นั่น ป้าก็มองหน้ารำคาญเธอ  จนแทบตะหลิวจะลอยอยู่แล้ว

‘ โอ้ย ทำไมการที่ฉันอยากกินของดีๆเข้าไปในร่างกาย มันต้องยากขนาดนี้เลยเหรอ นี่ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร’ .ในตอนนั้น พลอยเริ่มหน่ายกับชีวิตในเมืองที่เลือกมากไม่ได้

จนวันหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน ขณะทำงานเป็นเซลล์ขายไฟแอลอีดี พลอยมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านที่มีเพียงต้นไม้ไม่กี่สิบต้น  มีนกกำลังบินว่อนส่งเสียงร้อง เธอลองหยุดให้เวลากับมัน ฟังเสียงนกคุยกันอย่างตั้งใจ

“นี่เลยที่ชีวิตฉันต้องการ ตอนนั้นเสียงภายในของเรามันกรีดร้องว่าอยากกลับไปหาต้นไม้ ไปหาธรรมชาติ เพราะตัวเราเองไม่ได้รู้สึก connect อะไรเลยกับตึกปูนอาคารสูง เรารู้สึกว่าพอแล้วไม่เอาแล้ว และก็เริ่มจินตนาการภาพที่เป็นเป้าหมายของชีวิตขึ้นมา ภาพที่คิดเวียนวนซ้ำๆในช่วงห้าปีคือภาพของพื้นที่โล่งกว้าง ไม่มีใครมาอยู่ใกล้เราเลย เป็นพื้นที่ของไร่นาที่เขียวมาก และก็มีเราเข้าไปยืนอยู่ในภาพนั้นเสมอ”

จากวันที่พลอยวาดภาพในจินตนาการด้วยความเชื่อ เป็นการวาดซ้ำๆด้วยพลังงานบวกอย่างต่อเนื่องมาตลอด 1,826 วัน กระทั่งจนเข้าสู่ปีที่หก พลอยก็มีโอกาสได้เป็นเจ้าของที่ดินขนาดห้าแปลงบนดอยสะเก็ด ที่แต่เดิม พลอยตั้งใจแค่อยากมีบ้านดินของตัวเองสักหลัง ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ปลูกผักปลูกข้าวให้เต็มพื้นที่  แต่ก็นะ มนุษย์ยังคงเป็นสัตว์สังคมที่รู้จักเหงา พลอยอยากมีเพื่อนที่อารมณ์คล้ายๆกันแวะเวียนมาหา อยากสอนโยคะ พลอยเลยทำบ้านดินรูปทรงแปลกตาที่เธอเป็นคนร่างแบบขึ้นมาเองเพิ่มอีกสี่หลัง ในรั้วเดียวกับบ้านของเธอ โดยมีหนึ่งหลังตั้งโดดๆอยู่กลางทุ่งนาสำหรับคนที่ต้องการปลีกวิเวกอย่างแท้จริง ซึ่งในความคิดของฉันแล้ว มาลาดาราเหมาะมาก สำหรับนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางที่ไม่ชอบความโหวกเหวก อยากหลุดพ้นจากเทคโนโลยีและระอากับโลกเซลฟี่ เพราะฝรั่งที่มาพักที่นี่เอง วันๆก็ไม่ทำอะไรหรอก นอน กิน โยคะ อ่านหนังสือ เดินลงทุ่งนา เข้าถ้ำซาวน่า ขึ้นมาว่ายน้ำ กิน นอน .. โดยที่โทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก มักจะถูกเก็บไว้ในห้องพักเฉยๆ และหยิบมาใช้เท่าที่จำเป็น

ห้องซาวน่าที่นี่เท่มาก มันคือถ้ำบ้านดินดีๆนี่เอง ส่วนสครับ ใช้ทาได้กินได้ในถ้วยเดียวกัน

img_0114img_0010img_0121img_0085ployimg_0009img_0057img_0050img_0007

พลอยพาฉันเดินดูบ้านดินแต่ละหลัง ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในเทพนิยายอะไรสักอย่าง มันก้ำกึ่งระหว่างชีวิตจริงกับดินแดนในอุดมคติ เราเดินลงไปในทุ่งนาโดยมีหมาสองตัว ‘คีรีกับธารา’ เดินล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่รู้ฉันโรคจิตหรือเปล่า แต่ฉันชอบสังเกตความแตกต่างของหมา หมาเมืองจะชอบสร้างอาณาเขตด้วยการขู่หรือเห่า ขณะที่หมาบ้านนอกจะมีมนุษย์สัมพันธ์ดีล้ำเลิศ นี่ถ้ามันยกน้ำมารับแขกได้เอง  มันคงคาบมาแล้ว

“กินกล้วยฉาบไหมพี่ นี่ไง แม่เขากำลังทอดให้”

ฉันจกหยิบกล้วยฉาบร้อนๆที่แม่ของพลอยเพิ่งทอดเสร็จลงจากเตาปิกนิกหน้าบ้าน จากนั้น แม่นำส่วนที่เหลือทั้งหมด จัดใส่ตะกร้า หิ้วสวยๆไปวางเตรียมไว้ให้กินจริงจังบนโต๊ะกลาง

“สมัยตอนเป็นแม่ค้าขายไก่สดในตลาด พลอยกล้าคิดได้ยังไงว่าวันหนึ่ง เราจะต้องมีที่ดิน มีที่ปลูกข้าวเป็นของตัวเอง พลอยไม่กลัวผิดหวังเหรอ”  ฉันถามพลอย ขณะเธอกำลังเงยหน้าถ่ายรูปก้อนเมฆด้วยความตื่นเต้น ในใจฉันแอบนึก  คนเราจะตื่นเต้นกับเรื่องเดิมๆ ได้สักกี่ครั้งกันเชียว?

“พลอยเชื่อในกฏแห่งแรงดึงดูดค่ะพี่  ใน law of attraction เขาบอกว่า ห้ามคิดแม้แต่ว่าสิ่งที่เราหวัง มันจะมาได้ยังไง อย่ามีความสงสัย ห้ามมีความกลัว แล้ววันหนึ่ง มันจะมาเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

ช่วงค่ำที่หน้าถ้ำดินซาวน่ากลางลานกว้าง ฉันได้ยินเสียงเสียงจิ้งหรีดเรไรจักจั่นขนมาร้องกันสนั่นมาก อาหารมื้อค่ำที่พลอยเตรียมไว้ให้ คือเมี่ยงปลาทูในกระจาดใบใหญ่ ผักทุกชนิดอยู่ในนี้หมด ซึ่งฉันเชื่อเหลือเกินว่า ใครก็ตามที่มาที่นี่ จะไม่กลับออกไปมือเปล่าแน่ๆ อย่างน้อย ก็คงได้แรงบันดาลใจในเรื่องของอาหารการกินกลับไปใช้ที่บ้าน เพราะนอกจากพลอยจะศึกษาในเรื่องของการปรุงอาหารแนวออร์แกนิคอย่างจริงจังแล้ว เธอยังเป็นนักจัด จัดมันทุกอย่าง เธอมีเซนส์ของการจับสีและประเภทของวัตถุดิบปลอดสารเคมีให้มาอยู่ด้วยกันอย่างเข้าขา โดยเฉพาะเรื่องของข้าวแล้ว พลอยอุทิศชีวิตจริงๆ เธอทำนาข้าวอินทรีย์ด้วยเหตุผลเพียงแค่เธอรู้สึกมีความสัมพันธ์กับข้าวอย่างลึกซึ้ง

“ตั้งแต่วันที่เราได้มาทำนาของเราเอง พลอยเดินคุยกับข้าวทุกวัน มันเป็นความรู้สึกขอบคุณ ผูกพัน รู้สึกขอบคุณธรรมชาติ และการที่เราเป็นคนเล่นโยคะแอชทังก้าจริงจังด้วย มันก็เลยยิ่งลึกกว่าคนอื่นในเชิงจิตวิญญาณ มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานในตัวเราเองที่เชื่อมโยงสื่อสารกับบุญคุณของธรรมชาติ”

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ฉันเชื่อว่าหลายคนอาจรู้สึกลึกซึ้งตามได้ยากเหลือเกิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนเรามีพลังงานชีวิตต่างกัน จึงสัมผัสสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวด้วยอารมณ์ของความลึกล้ำไม่เหมือนกัน สังเกตสิ เหตุการณ์เดียวกันแท้ๆ แต่คนสองคนกลับยังมองไม่เหมือนกันเลย ฉันชอบประโยคที่พี่คนหนึ่งเคยสะกิดเตือนฉันว่า ‘ความผูกพันยึดมั่นคือรูรั่วของพลังชีวิต’

img_0073img_0076img_0024img_0028img_0020img_0072

ในฐานะของการได้เกิดเป็นมนุษย์ นอกจากสเตตัสสุดคมประจำวันที่งัดขึ้นมาโพสต์แล้ว ผลงานมาสเตอร์พีซของคุณในชีวิตคืออะไร ?

สำหรับพลอย มันคือที่ดินที่เธอซื้อไว้จำนวนสามสิบไร่บนห้วยฮ่องไคร้  ซึ่งอยู่ใกล้นิดเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ในพระราชดำริ ซึ่งต้องบอกว่าที่ดินผืนนี้ พลอยได้มาจากดวงล้วนๆ และมันก็ง่ายมาก หากเธอคิดจะแค่แบ่งขาย ใช้ชีวิตสบาย นั่งกินกำไรเฉยๆโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่พลอยมองว่า ที่ดินผืนนี้เหมาะเหลือเกินที่จะเป็นที่ตั้งของศิลปะชิ้นใหญ่ เพราะในเมื่ออุตส่าห์ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งทีแล้ว ก่อนจากลาโลกใบนี้ไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง   เราควรทิ้งงานอาร์ตที่มีประโยชน์ให้กับโลกนี้ด้วย

อาร์ตชิ้นใหญ่ของจริงที่เรียกว่าป่า  พลอยจะปล่อยมันไว้แบบนี้ละ ให้เป็นป่า

ฉันเลือกใช้คำว่ามาสเตอร์พีซในที่นี้ เพราะสิ่งที่คนเราเอาชนะยากที่สุดคือตัณหาและมายา โดยเฉพาะความโลภเป็นเรื่องที่มนุษย์มักแพ้ทาง ส่วนจะโลภมากโลภน้อยก็ว่ากันอีกเรื่อง ซึ่งหากเราอยู่เหนือความโลภได้ ผลงานจากการให้ ก็น่าจะเป็นมาสเตอร์พีซที่แท้จริง

“ปะพี่ เดี๋ยวพาขึ้นไปดูป่า พลอยปลูกข้าวเอาไว้ด้วย ออร์แกนิคสุดๆ”

ฉันโดดขึ้นรถกระบะของพลอย โดยมีคนงานผู้ชายสองคนไปกับเรา คนขับรถขับพาเราผ่านเส้นทางขรุขระของป่าหลุมพระจันทร์ จนขึ้นไปถึงป่าผืนใหญ่ของพลอย ที่เห็นเป็นภูเขาล้อมรอบ มันคือศิลปะชิ้นใหญ่ที่ให้ประโยชน์ทั้งกับมนุษย์ ต้นไม้ และแน่นอน วงจรชีวิตของแมลงและสัตว์ป่า

img_001385511

‘หากมาลาคือมาลัย ดาราคือดวงดาว’ ฉันเชื่อว่า เมื่อใดที่คนเรามีความเชื่อและชัดเจนในเป้าหมาย รู้จักบุญคุณ รู้จักให้ และกล้าหาญพอ ที่จะวาดภาพเพื่อต่อเติมฝันในจุดหมายของตัวเองทุกวันแล้ว ไม่นานนักดวงดาวที่ว่าไกล  จะเขยิบเข้ามาใกล้เราเอง

พลังงานชีวิตดี ดวงดาวในใจจะสุกสกาว

img_0086

มาลาดารา อีโค่รีสอร์ท ( 0894415910 ) / fb page MalaDhara

:   สำหรับคนนอกที่ไม่ได้เข้าพัก แวะเข้าไปกินอาหารได้  เพลินมาก

:   lunar Steam Night จัดเดือนละสองครั้ง เป็นการรีทรีตเต็มรูปแบบรวม meditation ในอารมณ์ของการก่อกองไฟ และเสียงโอม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s